วิธีเลือกซื้อบ้านมือสอง
ก่อนอื่นเลือกทำเล และตรวจสอบพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน มองหาบ้านที่มีแบบที่ตรงกับความพอใจ และเหมาะสมกับงบประมาณของเรา ศึกษาสภาพแวดล้อมที่อยู่ข้างเคียงก่อน พยายามเลือกบ้านที่มีเพื่อนบ้านที่ดี มีการเดินทางสะดวก ใกล้โรงเรียน ศูนย์การค้า ตลาด และโรงพยาบาล อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี น้ำจะต้องไม่ท่วมและไม่มีมลภาวะทางกลิ่น แสง และเสียง การจะได้ข้อมูลเหล่านี้ เราจะต้องเข้าไปพูดคุยสำรวจสอบถาม และเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะสุขภาพจิตของผู้อาศัยในบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดต่อการเลือกบ้านนะ ครับ
หลังจากได้บ้านที่ทำเลถูกใจในสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว เราต้องมาดูสภาพของตัวบ้านกันต่อ โดยผมจะเน้นให้ดูโครงของสร้างบ้านเป็นหลักนะครับ เพราะเราต้องใช้ไปอีกหลายปี หากส่วนโครงสร้างนี้มีปัญหาค่าใช้จ่ายในการซ่อมค่อนข้างแพงมากครับ (หากพบปัญหาในส่วนโครงสร้างแนะนำว่าเปลี่ยนไปเลือกดูบ้านมือสองหลังอื่นๆ น่าจะดีกว่าครับ) สิ่งที่เราจะต้องตรวจสอบคือ
1. ตรวจสอบประวัติของตัวบ้าน เช่น สร้างมาแล้วกี่ปี เจ้าของเดิมเป็นใคร ผู้ออกแบบผู้ก่อสร้างเป็นใคร ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นในการแก้ปัญหาตัวบ้านได้ในภายหลังครับ
2. สังเกตภาพรวมของตัวบ้าน ว่าตัวบ้านมีการเอียงหรือทรุดตัวหรือไม่ หากพบว่าตัวบ้านเอียง อาจจะเกิดจากตัวฐานรากใต้ดินมีปัญหา ซึ่งต้องใช้จ่ายสูงพอสมควรในการซ่อมแซมให้ดีเหมือนเดิม
3. โครงสร้างเสาและคานรับน้ำหนักบ้านจะต้องไม่แอ่นหรือ เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ขนาดเสาบ้านที่เหมาะสม เช่น บ้านสองชั้นก็ควรมีขนาดเสา 20 x 20 cm. บ้านสามชั้นก็ควรมีขนาดเสา 25 x 25 cm. เป็นอย่างต่ำนะครับ
4. ตรวจดูรอยร้าวในคานและเสา เนื่องจากเสาและคานเป็นโครงสร้างหลักที่รับน้ำหนักของบ้าน หากพบว่ามีรอบแตกร้าวรูปฟ้าผ่าเป็นแนวเฉียง 45 องศา ซึ่งเป็นลักษณะรอยร้าวที่บ่งบอกถึงอันตรายในความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน นำไปสู่การทรุดเอียงของตัวบ้านได้ และการแก้ปัญหาลักษณะนี้ก็ค่อนข้างยาก แนะนำว่าเปลี่ยนไปเลือกดูบ้านหลังอื่นๆ น่าจะดีกว่าครับ
ควรตรวจดูให้ครอบคลุม หากพบความเสียหายเราจะได้ประเมินว่า ถ้ารวมราคาของบ้านกับค่าซ่อมแซมแล้วคุ้มกันหรือไม่ที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ บ้านมือสองหลังนั้นๆ ครับ



0 comments:
Post a Comment