Pages

Friday, September 14, 2012

เทคนิคการแต่งห้องนอนให้สวยถูกใจ

เทคนิคการแต่งห้องนอนให้สวยถูกใจ

ห้อง นอนเป็นดินแดนส่วนตัวของเจ้าของห้อง ดังนั้นห้องนอนจึงเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่จะแสดงถึงตัวตน แสดงถึงความชอบ สไตล์ และยังมีหน้าที่ ๆ สำคัญก็คือ เป็นที่พักผ่อน ดังนั้นเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนอนแล้วต้องรู้สึกถึงความอบอุ่น สะดวกสบาย และการแต่งห้องนอนจึงต้องทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่เข้ามาใน ห้องนอน

ขั้นตอนง่ายๆ ในการแต่งห้องนอน มีดังนี้คะ….
1. วาดแปลนห้องนอนออกมา แล้วลิตส์รายการกิจกรรมที่เพื่อนๆ อยากจะทำในห้องนอน เช่น ชอบอ่านหนังสือ นอนดูหนังในห้องนอน ฟังเพลง เพื่อเราจะได้รู้ว่าควรจะมีอะไรบ้างในห้องนอนของเรา แล้วทำให้เรารู้สึกดีทุกครั้งที่เข้ามาในห้องนอน
2. เมื่อได้กิจกรรมทุกอย่างแล้ว เราก็ใส่เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ต่างๆ เกี่ยวกับกิจกรรมที่เราชอบในแปลนห้องนอนที่วาดไว้ เช่น มุมที่วางทีวี เก้าอี้โซฟาไว้ โคมไฟ ดวงไฟไว้ตรงไหน วาดลงไปเลย
3. เมื่อเราแต่งห้องนอนในแปลนกระดาษเสร็จแล้ว เราก็มาเลือกว่าควรจะใช้ห้องสีอะไร จะสีเดียวกันทั้งห้อง หรือสีใดมุมใดมุมหนึ่งก็เลือกใส่ลงไปในแปลนห้องนอนที่เราวาดไว้เลยค่ะ
หรือ หากยังคิดไม่ออกว่าอยากจะแต่งห้องนอนสไตล์ไหน เพื่อนๆ สามารถดูแนวทางการแต่งห้องนอนได้จากเวปของเรา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตกแต่งห้องนอน ทั้งเพื่อไปประยุกต์ หรือใช้เป็นไอเดียต่อยอดต่อไปก็ได้ค่ะ
ที่มา : livingoops

ห้องน้ำกลางแจ้ง

ห้องน้ำกลางแจ้ง



วันนี้ มีไอเดียการสร้างห้องน้ำแบบกลางแจ้งมาฝาก ให้คนรักธรรมชาติ ที่จะได้สัมผัสสายลมเย็นๆ มองเห็นท้องฟ้าสีคราม และมองแสงจันทร์ในยามคืนเต็มดวง สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับห้องน้ำของคุณได้เป็นอย่างมากค่ะ ว่าแล้วก็มาชมภาพตัวอย่างห้องน้ำกลางแจ้งที่เรานำมาฝากกันเลยค่ะ ห้องน้ำแบบนี้ไม่เหมาะกับบ้านในเมืองนะคะอาจโดนข้อหาอนาจารได้

การจัดสวนญี่ปุ่น

การจัดสวนญี่ปุ่น


    รูปแบบการออกแบบสวนแบบญี่ปุ่น เอามาฝากสำหรับท่านที่ต้องการไอเดียการตกแต่งสวนแบบญี่ปุ่นครับ โดยลักษณะในการออกแบบสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่เห็นใน บทความนี้เป็นสวนณี่ปุ่นที่มีความแตกต่างจากสวนญี่ปุ่นอื่น เล็กน้อยตรงที่สวนแห่งนี้เป็นสวนที่เน้่นทางด้าน Softscape มากกว่า ด้าน Hardscape (ต้นไม้มากกว่าตกแต่ง) ซึ่งโดยทั่วไปสวนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะจัดไปทางแนว Hardscape ออกแนวนิ่งๆ ใช้สัญลักษณ์สื่อถึงเรื่องนิกายเซน หรือบางที่ก็เป็นสวนหินไปเลย แต่สวนนี้มีความแตกต่างตรงที่มีการใช้พรรณไม้หลากหลายในการตกแต่งและ ภาพรวมของต้นไม้ค่อนข้างแน่น ดูออกเป็นสวนธรรมชาติมากครับ
ลักษณะของการออก แบบ : สวน ญี่ปุ่น
สไตล์การออกแบบ : ญึ่ปุ่น
ระดับคะแนนของการออกแบบ : ระดับ 2
ความเป็นไปได้ของการ ใช้งานจริง : สูง
ระดับ ราคาในการก่อสร้าง 
:  สูง
     การจัดสวนญี่ป่น เป็นการจัดสวนแบบหนึ่ง อันเป็นแบบฉบับของญี่ปุ่นเองโดยเฉพาะ เป็นการจัดสวนที่มีรูปแบบแตกต่างจากการจัดสวนของประเทศทางยุโรป สวนญี่ปุ่นมีความหมายอันลึกซึ้งเกี่ยวกับความงามตามธรรมชาติ ศาสนา ลัทธิ ประเพณี ปรัชญา ความนึกฝัน ศิลปวัฒนธรรมและแฝงด้วยความเชื่อถือในโชคลาง
    การจัดสวนแบบญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีน และ ชาวเกาหลี แต่ได้มี  การปรับปรุง และพัฒนาทำให้มีรูปแบบธรรมชาติ มีศิลปะ มีสัญลักษณ์ต่าง ๆ  ซึ่งมีความหมายเฉพาะตัวแฝงเร้นด้วยปรัชญา ลัทธิ ประเพณีทางศาสนา การนึกฝัน และมีความสุนทรีย์แห่งธรรมชาติ สวนญี่ปุ่นจึงมองดูมีชีวิต จิตใจและวิญญาณ 
    ทั้งโลกยกย่องในศิลปะการจัดสวนแบบญี่ปุ่น นับวันความนิยมในการจัดสวนแบบนี้จะยิ่งแพร่หลายออกไปยังประเทศต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ในประเทศไทยนิยมจัดสวนแบบญี่ปุ่นกันมากเพราะสวนญี่ปุ่นใช้เนื้อที่ในการจัดสวนไม่มากนัก มีความสวยงามอย่างเรียบ ๆ เหมาะกับนิสัยอันอ่อนน้อมและสุภาพของคนไทย อาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า สวนญี่ปุ่นเป็นสวนที่มีความงามอย่างมีศิลปะ
สวนญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น ประเภท
1. สวนภูเขา เป็นสวนที่ลอกเรียนแบบธรรมชาติ
2. สวนในที่ราบ เป็นสวนแห่งการสมมุติ
3. สวนน้ำชา เป็นสวนที่นำลักษณะเด่นของสวนภูเขาและสวนที่ราบมาผสมกัน ประกอบด้วยสวนย่อมเล็ก ๆ 2 ข้างทางเดินไปสู่เรือนน้ำชา ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ

ตกแต่งห้องนอนเด็กสาว ด้วยสีชมพู

ตกแต่งห้องนอนเด็กสาว ด้วยสีชมพู


สี ประจำของเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นสีชมพู ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงให้สีชมพูกลายเป็นสีประจำตัวของเด็กผู้หญิง รู้แต่ว่า สีชมพู เป็นสีที่แสดงถึงความอ่อนหวาน นุ่มนวล น่าทะนุทะนอม ซึ่งน่าจะเป็นอะไรที่เเหมาะกับความเป็นเด็กผู้หญิงนั่นเองค่ะ
และ ห้องนอนนี้ก็เป็นห้องนอนสีชมพู ของเด็กคนนึงที่อาศัยในนิวยอร์ก ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาว และของตกแต่งเป็นสีชมพู ไม่ว่าจะเป็นพรมสีชมพูผืนใหญ่  กรอบรูปที่มีแต่รูปที่เต็มไปด้วยสีชมพู  อีกทั้งยังมีโคมไฟน่ารักสีชมพูที่โต๊ะทำงานอีกด้วย ว่าแล้วเราไปชมห้องนอนของเด็กสาวคนนี้กันเลยคะ
ที่มา : livingoops

ราคาประเมินที่ดิน กรมธนารักษ์ สำคัญไฉน?

ราคาประเมินที่ดิน กรมธนารักษ์ สำคัญไฉน?


นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ได้ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศของรอบบัญชีใหม่สำหรับปี พ.ศ. 2555-2558
(ซึ่งที่จริงแล้วต้องเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ได้มีการเลื่อนบังคับใช้ไป 6 เดือนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม)
ผู้อ่านทราบไหมคะว่าราคาประเมินนี้มีความสำคัญอย่างไร ?
ปกติเวลาที่เราจะอ้างอิงมูลค่าของที่ดิน เราสามารถอ้างอิงได้จากราคา 2 ประเภท คือ ราคาตลาด ซึ่งได้จากราคาที่มีการซื้อขายจริง กับราคาประเมินที่ดินของ ราชการ ซึ่ง สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ เป็นหน่วยงานผู้กำหนดราคาประเมินและประกาศใช้ โดยเรียกว่า “บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน”

หาก ถามว่าราคาใดสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของที่ดินได้มากกว่ากัน แน่นอนว่าต้องเป็นราคาตลาด เพราะเป็นราคาที่มาจากความต้องการซื้อ-ต้องการขายที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่ราคาประเมินที่ดินขอ งกรมธนารักษ์ เป็นราคาที่ราชการ โดยเฉพาะกรมที่ดิน นำมาใช้เพื่อคำนวณค่าธรรมเนียมภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรสแตมป์ ในการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น ราคาทั้งสองประเภทจึงไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

โดย ปกติทั่วไป ราคาที่ดินที่ประกาศในบัญชีราคาประเมินจะต่ำกว่าราคาตลาด (แม้จะมีบางกรณีที่กลับกัน คือ ราคาตลาดต่ำกว่าราคาประเมิน แต่ก็เกิดขึ้นน้อยมาก เช่น สภาพเศรษฐกิจตกต่ำจริงๆ หรือในบางกรณีที่การประเมินผิดพลาด) สาเหตุเพราะกฎหมายกำหนดให้บัญชีราคาประเมินที่ดินที่ประกาศในแต่ละรอบใช้ได้คราวละไม่เกิน 4 ปีนับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ ราคาประเมินที่ดินจึงอาจไม่ update เท่ากับราคาตลาดที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพ demand supply ในแต่ละช่วงเวลาของที่ดินผืนนั้น

อย่าง ไรก็ดี ข้อเสียของราคาตลาดคือ ในทางปฏิบัติ เราไม่สามารถหาราคาตลาดของที่ดินได้ทุกแปลงที่ต้องการ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปเพื่อให้ทราบว่า ราคาตลาดที่แท้จริงเป็นเท่าไหร่ ดังนั้น ราคาประเมินที่ดินของ ราชการจึงมีประโยชน์มาก เพราะเป็นฐานข้อมูลพื้นฐานที่ใกล้มือ เข้าถึงได้ง่าย และสะดวกในการนำไปใช้ นอกจากนี้ หากศึกษาดูวิธีจัดทำราคาทุนทรัพย์ที่ดิน ใช่ว่าราชการจะทำแบบขอไปที แต่มาจากการสำรวจราคาซื้อขายที่ดินในตลาดย้อนหลัง การศึกษาสภาพทางกายภาพของพื้นที่ ราคาตลาด รวมถึงการศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาประเมิน อาทิ แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ มลภาวะต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบ ข้อจำกัดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดิน เป็นต้น ดังนั้น แนวทางประเมินเหล่านี้ ทำให้ราคาประเมินที่ประกาศออกมาจึงมีความน่าเชื่อถือ แสดงถึงแนวโน้มเฉลี่ย (Average Trend) ที่ดีโดยเฉพาะในแง่การเปลี่ยนแปลงของราคา

ราคา ประเมินที่มีการประกาศใช้ในรอบบัญชีนี้ ภาพรวมทั่วประเทศมีการปรับเพิ่มขึ้น 21.34% โดยกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17.13% และต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 21.40% หากเราดูการเปลี่ยนแปลงของราคาประเมินที่ดินบริเวณ ถนนสายสำคัญในเขตกรุงเทพฯ พบว่าในแนวพื้นที่สำคัญบางเส้นทาง เช่น ถนนบางนา-ตราด ราคาประเมินมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 8-31% หรือถนนเอกมัย (สุขุมวิท 63) มีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 76-78% ราคาที่ปรับเพิ่มนี้น่าจะมาจากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ส่งผลให้ความต้องการอยู่อาศัยในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้น จะเห็นได้ว่าราคาประเมินนี้สะท้อนทิศทางแนวโน้มของตลาดที่ดีในระดับหนึ่ง

แต่ ต้องอย่าลืมนะคะว่า ราคาประเมินขึ้นอยู่กับสภาพข้อเท็จจริงของแต่ละพื้นที่ เช่น อาจมีหมู่บ้านจัดสรรผุดขึ้นมา มีการตัดถนนใหม่ ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะฉะนั้นราคาเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอาจจะไม่ใช่ตัวแทนของราคาที่ดินทุกๆ แปลงบนแนวถนนเส้นนั้นทั้งหมด เวลาที่นำข้อมูลไปใช้ก็ควรจะต้องดูสภาพพื้นที่จริงประกอบด้วย ราคาประเมินนี้จึงถือได้ว่าเป็นตัวช่วย มากกว่าคำตอบสุดท้าย แต่ยังไงก็ดีกว่าไม่มีตัวช่วยเหลืออยู่เลย จริงไหมคะ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

การประเมินราคาบ้านที่ดิน หรือที่อยู่อาศัย

การประเมินราคาบ้านที่ดิน หรือที่อยู่อาศัย
 
    เป็นการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ (Property Valuation) ซึ่งหมายถึง กระบวนการในการวิเคราะห์มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า คอนโดมิเนียม อย่างละเอียดรอบคอบและมีเหตุผล เพื่อทราบมูลค่าตลาดยุติธรรมที่เหมาะสม โดยทำการตรวจสอบสภาพทางกายภาพของทรัพย์สิน(ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง), วิเคราะห์ตรวจสอบทำเลที่ตั้งทรัพย์สิน-สภาพแวดล้อมโดยรอบ ตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวก ตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ผังเมือง,การเวนคืน,การรอนสิทธิ์,การอายัด,การตรวจสอบสิทธิ์ในการถือครอง ที่ดินตามกฎหมาย,การตรวจสอบภาระผูกพันต่าง ๆ ที่มีของทรัพย์สิน, การตรวจสอบสภาพและความสะดวกของทางเข้า-ออก, การตรวจสอบสิทธิ์ของทางเข้า-ออกตามกฎหมาย, การสืบค้นและการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดเพื่อทราบมูลค่าตลาดยุติธรรมที่เหมาะสม ของทรัพย์สิน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดราคาซื้อ-ขาย การตีราคาบ้านว่าควรจะซื้อ-ขายในราคาเท่าใด หรือเพื่อใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยสินเชื่อ และกำหนดวงเงินสินเชื่อ ซึ่งการประเมินราคาสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้
  1. การประเมินราคา เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมการซื้อ การขาย การตีราคาแลกเปลี่ยน
  2. การประเมินราคา เพื่อนำไปใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน เช่น นำไปจำนอง , พิจารณาวงเงินกู้
  3. การประเมินราคา เพื่อนำไปใช้ในการจ่ายเงินชดเชย เช่น กรณีที่มีการเวนคืนที่ดิน
  4. การประเมินราคา เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการเก็บภาษี หรือกำหนดราคาประเมินราชการ
  5. การประเมินราคา เพื่อนำไปใช้ในการบันทึกบัญชี
  6. การประเมินราคา เพื่อประมาณการผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ เช่น ประมาณค่าเช่า เป็นต้น
    ซึ่งมูลค่าที่ประเมินราคานั้น อาจจะไม่ใช่ราคาที่ซื้อ-ขาย โดยอาจจะสูงกว่า เท่ากัน หรือต่ำกว่าราคาซื้อขายก็ได้ เนื่องจากมูลคาที่ประเมินราคานั้น ไม่อิงกับกระแส และภาวะอารมณ์ของผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่จะเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน, ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สิน และตามสภาวะเศรษฐกิจโดยมูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินราคามีองค์ประกอบดังนี้
  1. ผู้ซื้อและผู้ขายพึงพอใจ และเต็มใจที่จะซื้อ,ขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ
  2. ความเหมาะสมของราคาอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นราคาที่เหมาะสมในการซื้อขาย ที่เวลาอันเหมาะสมตามสภาวะเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาที่ประเมินราคานั้น ๆ
  3. ผู้ซื้อและผู้ขายมีความรู้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ มากพอ และมีความรอบคอบ เพื่อเหตุผลในการตัดสินใจซื้อขาย ทั้งสภาพทางกายภาพของทรัพย์สิน,ทำเลที่ตั้ง-สภาพแวดล้อม,ผลกระทบทางกฎหมาย และตามความต้องการ (Demand & Supply) ในสภาพตลาดปกติทั่ว ๆ ไป
  4. การซื้อ-ขาย เกิดขึ้นอย่างยุติธรรม ไม่มีการข่มขู่บังคับ-ผลประโยชน์เกี่ยวข้อง หรืออิทธิพลใด ๆ

Tuesday, July 17, 2012

วิธีการเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดี

วิธีการเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดี
การเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดีนั้น เน้นคุณสมบัติ  3  ประการ  คือ ราคาถูกเพื่อนบ้านดี  ทำเลเด่น


1. ดูทำเลบ้านมือสอง  เน้นพื้นที่ในย่านที่กำลังมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือฟื้นฟูจากสภาพไม่น่า อยู่

2. สำรวจสภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านโดยเข้าไปพูด คุยสำรวจสอบถามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในสภาพแวดล้อมควร เน้นเลือกแหล่งที่ยังคงเจริญต่อไป  และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวัน  เช่น  ใกล้โรงเรียน  ศูนย์การค้า  ตลาด  และโรงพยาบาล  ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าน้ำจะต้องไม่ท่วมและไม่มีมลภาวะทางกลิ่น  แสง  และเสียง

3. สภาพบ้านมือสอง  เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ  เพราะมูลค่า บ้านมือสอง นอกจากจะขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณสินค้าในตลาดแล้วยังขึ้นอยู่กับ ลักษณะตัว บ้านมือสอง เองด้วย  ให้ท่านสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินด้วยตัวเอง  เช่น  ตรวจดูขนาดทรัพย์สินว่าเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์หรือเปล่า  สภาพทรัพย์สิน  การปรับปรุงทรัพย์สิน  และการจัดการทรัพย์สิน

4. ซื้อบ้านมือสอง ที่ราคาค่าเช่าต่ำกว่าราคาเช่าในท้องตลาด  เพราะเราสามารถเพิ่มค่าเช่าได้

5. เลือกซื้อบ้านมือสอง ที่มีเงื่อนไขเงินกู้สนับสนุน  เช่น  อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด  หรืออัตราดอกเบี้ย  0%  เพราะผลประโยชน์เหล่านี้คือส่วนลดจากราคาซื้อ บ้านมือสอง นั่นเอง

6. สอบถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อน ว่างานสารธาณูปโภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร  การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ  และเหมาะสมหรือไม่

7. ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจำนอง บ้านมือสอง เดิมกับสถาบันการเงินให้ชัดเจนรวมถึงภารผูกพันและสัญญาเช่าเดิมที่มีอยู่กับ ผู้อาศัยในปัจจุบันเพระผู้ซื้ออาจมีปัญหาการส่งค่างวด  หรือค่าบริหารทรัพย์สินส่วนกลางต้องคุยรายละเอียดในเงื่อนไขเหล่านี้ให้ ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

8. ต้องคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอน บ้านมือสอง ที่จะซื้อ  และภาษีให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับภาระ

9. เปรียบเทียบกับราคาประเมินบ้านที่มีอยู่แล้ว เช่น ราคาซื้อขาย บ้านมือสอง ที่คล้ายคลึงในบริเวณที่ใกล้เคียง  ราคาประเมินของกรมที่ดิน  ของธนาคาร  และบริษัทประเมิน

10. ต่อรองราคาให้ราคาต่ำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  การต่อรองราคาถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องใช้เสมอ  ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้าย  ให้ระลึกไว้เสมอว่าเงินทุกบาทที่ท่านต่อรองซื้อได้ต่ำกว่าราคาเสนอขาย  นั่นหมายถึงกำไรที่จะตกมาถึงท่านในที่สุดนั่นเอง

11. ตรวจสอบและขอหลักฐานเก่าๆ  ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเดิมเอาไว้  เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลในการบังคับให้เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามที่ตกลง หรือสัญญาที่เคยระบุไว้

12. การใช้บริการของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  จัดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง อย่างชาญฉลาดทางหนึ่ง  เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้มี บ้านมือสอง มาให้เลือกมากขึ้น  และยังมีโอกาสให้มีคำแนะนำและการช่วยเหลือในด้านต่างฯ  ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ บ้านมือสอง ด้วย  เช่น  การพาไปดูบ้าน  การติดต่อสถาบันการเงิน  การหาราคาประเมิน  ซึ่งบริการเหล่านี้มักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  หรือหากเสียก็น้อยมาก


ขอขอบคุณ : http://www.wimarn.com/